How To วิธีหางานหลังจากว่างงานมานาน

ตกงาน ว่างงานเกือบปี อยากกลับเข้ามาในตลาดแรงงานอีกครั้ง เป็นมนุษย์เงินเดือนอีกหนไม่ใช่ปัญหา เพียงรู้เทคนิคในการเตรียมความพร้อมในการหางานใหม่นี้

ในอาชีพการงาน คุณอาจพบเจอกับสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างการตกงานและหางานไม่ได้จนกลายเป็นคนว่างงาน ยิ่งนานวันเข้าก็ทำให้ช่วงระยะเวลาว่างงานนี้กินเวลาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนว่าโอกาสในการกลับเข้าสู่โลกของการทำงานก็ยิ่งไกลออกไปทุกที มันดูยากเย็นเหลือเกินที่ต้องต่อสู้ในสภาวะที่การแข่งขันมีสูงขนาดนี้ และเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ฝ่ายบุคคลเข้าใจว่าที่คุณว่างงานเป็นเวลานานมันมีเหตุผล ไม่ใช่เพราะคุณไม่มีสามารถจนถูกผลักออกจากระบบ

ในบทความนี้ เราจะมาทบทวนถึงสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อให้ได้งานกลับมาทำงานอีกครั้งหลังจากห่างหายจากการทำงานไปเป็นปี

เลือกอ่านเฉพาะหัวข้อ

1. เช็คสภาพจิตใจ

การว่างงานเป็นเวลานานอาจทำให้ใครหลายคนมีความรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่าหรือไม่มีที่ยืนอยู่บนโลกใบนี้ เหมือนเป็นวงจรอุบาทว์ ที่ยิ่งคุณตกงานนานเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งวิตกกังวลและหดหู่ใจมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งทัศนคติแย่ๆ ที่คุณมีต่อตัวเองนี่แหละจะทำให้คุณพลาดโอกาสในการได้งานไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วคุณมีศักยภาพมากพอเท่าที่ผู้สมัครที่ได้งานไปเลยด้วยซ้ำ แต่เพราะคุณมองไม่เห็นข้อดีของตัวเองจนไม่สามารถดึงคุณงามความดีเหล่านั้นออกมาแสดงในช่วงสัมภาษณ์งานได้อย่างเต็มที่ ลงท้ายด้วยการที่ผู้สัมภาษณ์มองไม่เห็น ‘สิ่งที่คุณมี’ นั่นเอง

หากในตอนนี้ ความวิตกกังวลเหล่านั้นได้แปรเปลี่ยนเป็นภาวะซึมเศร้าอย่างมีนัยสำคัญ จงอย่ากลัวที่จะขอคำปรึกษาจากคนรอบข้างอย่างการติดต่อไปหาเพื่อนที่คอยแบ่งปันสารทุกข์สุกดิบ ระบายปัญหาการว่างงานที่พบเจออยู่ ก็จะสามารถช่วยให้คุณรู้สึกว่าไม่ได้ต่อสู้บนโลกใบนี้เพียงลำพัง ถ้าเป็นไปได้คุณอาจตรวจเช็คสภาพจิตใจกับจิตแพทย์ไปเลย หรืออย่างดีที่สุด อาจลองผ่อนคลายจิตใจตัวเองด้วยการทำในสิ่งที่ชอบ ให้รางวัลความพยายามกับตัวเองสักหน่อย ปรับจิตใจให้เข้มแข็ง แจ่มใสพร้อมกับการหางานใหม่อีกครั้ง เป็นการดึงดูดโอกาสที่คุณต้องการได้

2. เคลื่อนไหวร่างกาย

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า คนส่วนใหญ่ที่ว่างงานมักใช้เวลาไปกับการอุดอู้อยู่แต่ในห้อง โดยแต่ละวันแทบจะไม่เคลื่อนไหวร่างกายเลย ส่งผลกระทบให้เกิดความเครียดและปัญหาสุขภาพจิตตามมา ถึงเวลาแล้วที่คุณต้องเพิ่มอัตราการสูบฉีดเลือดและสารเอ็นโดรฟินหากคุณอยากเข้าสู่ตลาดแรงงาน เพราะนอกจากจะเป็นทางลัดในการกลับมามีความสุขได้แล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างกิจวัตรประจำวันที่ดีในช่วงหางานอีกด้วย คุณจะเป็นคนที่มีวินัยในตนเองมากขึ้น แสดงให้เห็นว่าคุณสามารถทำสิ่งที่ยากได้ซึ่งช่วยให้จัดการกับสิ่งต่างๆ ได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

3. ตรวจสอบกลยุทธ์และวิธีการจ้างงานใหม่

อย่าทึกทักว่าวิธีการหางานที่คุณทำมาตลอดมันถูกต้อง เคาะสนิมกลยุทธ์ที่คุณใช้ในการหางานได้แล้ว

โดยเฉพาะกับคนที่ว่างงานมานานแม้สมัครงานมาได้สักพักใหญ่แล้ว จงจำไว้เสมอว่า คุณไม่สามารถคาดหวังผลที่แตกต่างด้วยการกระทำแบบเดิมๆ ได้ ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณต้องศึกษาวิธีการหางานในตลาดแรงงานเสียใหม่ อาจเป็นการเข้ากลุ่ม Facebook หางาน หรือ ชุมชน HR เพื่อดูแนวโน้มการจ้างงานและกระบวนการที่พวกเขาใช้ในการรับคนเข้าทำงาน

ยังมีอีกหลากหลายวิธีที่คุณอาจจะยังไม่รู้ นอกเหนือจากการส่งอีเมล์ใบสมัครไปตรงๆ หรืองานจ็อบแฟร์ที่นานๆ จะจัดสักครั้ง อย่าฝากชีวิตของตัวเองไว้กับตัวเลือกเพียงไม่กี่อย่าง แต่ให้กระจายโอกาสไปสู่เส้นทางการหางานใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการไปนั่งทำงานในพื้นที่ Coworking space เพื่อสร้างคอนเนคชั่นกับคนเก่งๆ และถามว่าบริษัทของพวกเขามีตำแหน่งงานว่างไหม (บริษัทส่วนใหญ่ตอนนี้หันมาใช้ Coworking Space แทนสำนักงานแบบเดิมๆ เพื่อประหยัดเงิน) รวมถึงการเข้าร่วมงานอีเว้นท์ที่บริษัทหลายแห่งไปร่วมงาน ที่ซึ่งคุณจะสามารถทำความรู้จักกับบุคคลสำคัญและติดต่อกลับไปยังฝ่ายบุคคลได้ในภายหลัง

🔗 อ่านเพิ่ม รวมแหล่งหางาน สมัครงาน บริษัทชั้นนำในประเทศไทย

แต่ถ้าคุณหว่านใบสมัครไปแล้วกว่า 30 แห่ง คุณพยายามติดต่อไปยังฝ่ายบุคคลทั้งวอคอินไปเองหรือส่งคำถามไปในอีเมล์ หลังการสัมภาษณ์คุณได้ทำการส่งจดหมายขอบคุณผู้สัมภาษณ์แต่ก็ไร้วี่แวว คุณติดตามผลสัมภาษณ์งานหลายครั้งแต่ก็คว้าน้ำเหลว บางทีนี่อาจเป็นสัญญาณว่าคุณทำอะไรบางอย่างผิดพลาด บางที คุณอาจลองเปลี่ยนไปสมัครสายงานที่เป็นที่ต้องการในท้องตลาด หรือไม่ก็งานตำแหน่งที่ต่ำลงมาหน่อยก็อาจจะเวิร์ค

4. เติมเต็มช่องว่างที่หายไปในเรซูเม่

อย่าปล่อยช่วงการว่างงานของคุณกว้างเกินไปโดยที่คุณไม่มีอะไรจะใส่หรือมีคำอธิบายมากพอที่จะทำให้พวกเขาเชื่อ ด้วยการ ‘หาอะไรสักอย่างทำ’ คุณไม่ได้ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่คุณใช้เวลาที่มีไปกับการเสริมสร้างทักษะและประสบการณ์เพื่อประโยชน์ต่ออาชีพของคุณในอนาคต อาจเป็นการรับงานฟรีแลนซ์ ทำงานพาร์ทไทม์ หรืองานอาสาสมัครที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะด้าน (เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานที่คุณสมัครโดยตรง) แสดงให้พวกเขาเห็นไปเลย ว่า คุณมีการอัพเกรดความเชี่ยวชาญของตัวเองอยู่เสมอ ไม่ได้นิ่งนอนใจ หยุดอยู่กับที่ซึ่งดูเหมือนเป็นการเดินถอยหลัง เพราะฉะนั้นพวกเขาไม่ต้องกังวลใจไปเลยว่าสิ่งที่คุณมีมันจะล้าหลัง สะท้อนทัศนคติเชิงบวกที่คุณมีต่อตัวเอง

นอกจากนี้ Cover Letter ยังมีส่วนสำคัญที่จะทำหน้าที่อธิบายรายละเอียด ว่า ในช่วงที่คุณหายไปนั้น คุณใช้เวลาไปกับการทำอะไรอยู่ ชิงตอบคำถามที่พวกเขาเคลือบแคลงใจเพื่อเรียกคืนความมั่นใจว่าคุณมีความพร้อมในการกลับมาเป็นมนุษย์เงินเดือนอีกครั้งด้วยการเขียนเล่าถึงประสบการณ์และทักษะความสามารถที่คุณมี เชื่อมโยงไปถึงตำแหน่งงานที่คุณสมัคร

5. ลงทุนในการเรียนรู้

คุณรู้ดีว่า ‘เพราะชีวีต คือ การเรียนรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด’ คุณเลือกที่จะศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งจำเป็นในสาขาของตัวเอง ด้วยการฝึกอบรมอย่างเป็นทางการ ไม่ว่าจะเป็นการลงเรียนคอร์สออนไลน์ สัมมนา รวมทั้งสมัครเข้าเรียนวิทยาลัยท้องถิ่น ศูนย์ฝึกอาชีพ ฯลฯ ได้รับใบประกาศนียบัตรต่างๆ มาประดับในประวัติงานให้ดูน่าเชื่อถือ เพิ่มคุณค่าของโปรไฟล์ให้ถูกจับตามองจากเหล่าบรรดารีครู๊ทเตอร์ ที่มักจะค้นหาแคนดิเดตจากคีย์เวิร์ดคำสำคัญ ดังนั้น จงกลับไปตรวจดูให้แน่ใจ ว่า คอร์สอบรมอันไหน โปรแกรมอะไรที่ต้องมี หรือมีแล้วจะทำให้คุณเนื้อหอมมากยิ่งขึ้น เป็นการลงทุนที่ถูกจุด

ในกรณีที่คุณกำลังพิจารณาเปลี่ยนสายอาชีพ หรือทำงานเฉพาะด้านที่มีโรงเรียนสอนต่างหากอย่างการนวดแผนไทย ช่างไฟฟ้า ช่างซ่อมรถยนต์ ฯลฯ คุณอาจติดต่อหน่วยงานรัฐ กรมจัดหางานและศูนย์ฝึกอาชีพที่มีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ

คุณตกงานมาระยะหนึ่งแล้ว แล้วไง? มันไม่ใช่เรื่องที่น่าอายเลย จงอย่าได้ปิดบังข้อเท็จจริงที่คุณตกงาน เพราะถ้าหากคุณโกหก ท้ายที่สุดแล้วบริษัทก็ต้องจับได้ในขั้นตอนการตรวจเช็คประวัติหรือสอบถามบุคคลอ้างอิงอยู่ดี และคุณไม่จำเป็นต้องร้อนตัว มองโลกในแง่ร้ายและโต้ตอบคนที่มาถามคุณเหมือนการว่างงานเป็นสิ่งที่ผิด เรารู้ว่าคุณกำลังพยายามทำอะไรบางอย่างเพื่อหาเลี้ยงชีพและท้ายที่สุดคุณจะต้องได้รับงานที่ฝันเข้าสักวัน คิดบวกเข้าไว้

🔗 อ่านเพิ่ม ว่างงานมานานเป็นปี เตรียมสัมภาษณ์งานยังไงดีให้เวิร์ค

ที่มา : Indeed, Monster

แชร์บทความ :
Share on facebook
Share on linkedin
Share on twitter
Jitkarn Sakrueangrit

Jitkarn Sakrueangrit

Graphic & Web Designer, Content Creator,
Copywriter, Marketing Specialist

คุณน่าจะชอบเรื่องเหล่านี้

เขียนเรซูเม่สำหรับเด็กจบใหม่ ไม่มีประสบการณ์ by Find Your Job

เขียนเรซูเม่สำหรับเด็กจบใหม่ ไม่มีประสบการณ์

เป็นนักศึกษาจบใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์การทำงานเลย เอาอะไรไปเขียนเรซูเม่ให้ดูว่าเก่งเทียบเท่ากับคนที่มีประสบการณ์การทำงานดีนะ?

อ่านเลย »
magnifying-glass-hand

แบบทดสอบบุคลิกภาพ 16 Personalities กับการหางาน

ค้นหางานที่ใช่ ด้วยการทำความเข้าใจตัวเองอย่างแท้จริง งานแบบไหนกันนะที่เหมาะกับบุคลิกภาพแบบเรา เช็คเลย! ด้วยแบบทดสอบบุคลิกภาพ 16 Personalities

อ่านเลย »

คุณรับทราบและยินยอมว่า การใช้งานเว็บไซต์นี้มีการเก็บข้อมูลคุ๊กกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ในการใช้บริการ อ่านข้อมูลเพิ่มเติม